Join MultiplyOpen a Free ShopSign InHelp
MultiplyLogo
SEARCH

www.buddhayanando.com

อ.ร้องกวาง จ.แพร่

DSC02759.JPG
  
DSC02760.JPG
  
DSC02761.JPG
  
DSC03123.JPG
  
DSC03134.JPG
  
DSC03151.JPG
  
DSC03431.JPG
  
DSC03441.JPG
  
DSC03453.JPG
  
DSC03519.JPG
  
DSC04529.JPG
  
DSC04533.JPG
  
DSC04534.JPG
  
DSC04536.JPG
  
DSC04537.JPG
  
DSC04538.JPG
  
DSC04540.JPG
  
DSC04541.JPG
  
DSC04543.JPG
  
DSC04546.JPG
  
DSC04547.JPG
  
DSC04552.JPG
  
DSC04553.JPG
  
DSC04554.JPG
  
DSC04556.JPG
  
DSC04557.JPG
  
DSC04559.JPG
  
DSC04560.JPG
  
DSC04562.JPG
  
DSC04563.JPG
  
DSC04564.JPG
  
DSC04565.JPG
  
DSC04566.JPG
  
DSC04567.JPG
  
DSC04568.JPG
  
DSC04569.JPG
  
DSC04572.JPG
  
DSC04575.JPG
  
DSC04577.JPG
  
DSC04578.JPG
  
DSC04579.JPG
  
DSC04580.JPG
  
DSC04581.JPG
  
DSC04582.JPG
  
DSC04584.JPG
  
DSC04585.JPG
  
DSC04586.JPG
  
DSC04588.JPG
  
DSC04589.JPG
  
DSC04590.JPG
  
DSC04591.JPG
  
DSC01222.JPG
  
DSC01230.JPG
  
DSC01232.JPG
  
DSC01234.JPG
  
DSC01244.JPG
  
DSC01259.JPG
  
DSC01263.JPG
  
DSC01281.JPG
  
DSC03578.JPG
  
DSC03593.JPG
  
DSC03673.JPG
  
DSC03677.JPG
  
DSC03687.JPG
  
DSC03690.JPG
  
DSC03708.JPG
  
DSC03710.JPG
  
DSC03719.JPG
  
DSC03946.JPG
  
DSC03948.JPG
  
DSC03952.JPG
  
DSC03953.JPG
  
DSC03954.JPG
  
DSC03955.JPG
  
DSC03960.JPG
  
DSC03970.JPG
  
DSC03971.JPG
  
DSC03973.JPG
  
DSC03976.JPG
  
DSC03977.JPG
  
DSC03990.JPG
  
DSC04000.JPG
  
DSC04006.JPG
  
DSC04013.JPG
  
DSC04018.JPG
  
DSC04022.JPG
  
DSC04023.JPG
  
DSC04126.JPG
  
DSC04131.JPG
  
DSC04133.JPG
  
DSC04136.JPG
  
DSC04137.JPG
  
DSC04151.JPG
  
P1000690.JPG
  
P1000692.JPG
  
P1000728.JPG
  
DSC07609.JPG
  
DSC07610.JPG
  
DSC07611.JPG
  
DSC07612.JPG
  
DSC07619.JPG
  
DSC07620.JPG
  
DSC07623.JPG
  
DSC07624.JPG
  
DSC07626.JPG
  
DSC07627.JPG
  
DSC07628.JPG
  
DSC07631.JPG
  
DSC07632.JPG
  
DSC07633.JPG
  
DSC07634.JPG
  
DSC07635.JPG
  
DSC07636.JPG
  
DSC07638.JPG
  


casafeliz wrote on Dec 22, '08
มีเพื่อนจะไปปฎิบัติธรรมช่วงปีใหม่ 10 วัน อนุโมทนากับเขาแล้วเลยค้นกูเกิ้ลมาพบที่นี่ บรรยากาศร่มรื่น สงบ สะอาด สว่างดีจังค่ะ ขอบคุณค่ะ
mafiaoak wrote on Jan 7, '09
ผมพึ่งทราบว่ามีวัดนี้ ที่แพร่ (บ้านเกิดตัวเองแท้ ๆ )
nara2551 wrote on Jul 18, '09
เพิ่งเข้ามาพบวิธีใหม่ในการปฏิบัติ เป็นการดูเจริญสติจากการเคลื่อนไหว มือ ดิฉันเคยเข้าปฏิบัติธรรมโดยใช้วิธี เดินจงกรม
ก็เป็นการเจริญสติ พิจารณาจากการเคลื่อนไหว เช่นเดียวกัน เพียงแต่ใช้อวัยวะต่างกัน พิจารณาให้กำหนดรู้ ในอิริยาบถ
เหมือนกัน แบบนี้ดิฉันคิดถูกมั๊ยคะ?
nara2551 wrote on Jul 18, '09
ไม่ทราบมีตารางการเปิดรับเข้าปฏิบัติธรรมรายบุคคล/หมู่คณะแต่ละเดือนมั๊ยคะ หากต้องการจะเข้าร่วมกิจกรรม
จะดูได้ที่ไหน มีข้อกำหนดการเข้าร่วมกิจกรรมอย่างไรบ้าง? มีใครเข้ามาดูช่วยแนะนำด้วย กำลังอ่านหนังสือ
ที่เพิ่งซื้อมา ฟัง CD ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรค่ะ..
rattanamaneechotes1 wrote on Feb 15, '10
วัดแพร่แสงเทียน เปิดcourse 1-11 ของทุกเดือน สอนการเจริญสติสัมปชัญญะ แบบสร้างจังหวะเคลื่อนไหว โดยใช้มือ และไม่นั่งหลับตา ไม่มีการกำหนดอะไรในใจ ทำให้เป็นธรรมชาติ เวลาเราได้ฝึกมาดีแล้ว เราจะรู้สึกตัวทุกอิริยาบถ เช่น ยืน เดิน นั่ง นอน พูด กิน ดื่ม เคี้ยว ขับรถ ขับถ่าย เป็นต้น เป็นการเจริญสติแบบกายคตาสติ เมื่อระลึกถึงอยู่เนือง ๆ ย่อมส่งผลให้หมดความยินดียินร้าย หมดภัยและความขลาดลงได้ ใจวางอุเบกขาต่อทุกขเวทนาได้ ส่งผลให้จิตใจสงบ ไม่ฟุ้งซ่าน สรุปคือ การปฎิบัติธรรมของสายหลวงพ่อเทียน จิตตสุโภ เป็นการเจริญสติสัมปชัญญะให้เกิดต่อเนื่องตลอดเวลา ทุกขณะ (คือ ผู้ที่ฝึกจะระลึกรู้ " รู้สึกตัว " ตัวเดียว ไม่ว่าจะเกิดสภาวธรรมใดๆ ก็ให้กลับมารู้สึกตัวตลอด อานิสงฆ์มีมาก ถ้าตั้งใจเจริญสติตัวรู้สึกตัวตลอดเวลา จะเห็นผลเอง หลวงพ่อเทียน ได้กล่าวไว้ก่อนมรณภาพไปแล้ว ว่า รับประกัน 3 เดือน จะเห็นผล ถ้าฝึกจริงจังอย่างต่อเนื่อง ขอบอกว่าถ้าฝึกได้ดีแล้ว อย่าทิ้งนะ เพราะเป็นทางลัดตัดสั้นตรงจริงๆสู่การหลุดพ้นด้วยปัญญาวิมุตติ (ลองพิสูจน์ดู ไม่ได้ตั้งใจมาเชียร์หรอกนะ สายการปฎิบัติธรรมสายอื่นก็ดี ใครถนัดทางใดก็ทำไปเถอะ เพราะจริตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน) ตอนนี้ ตัวเองกำลังพิสูจน์อยู่ และได้ตั้งใจตั้งสัจจะ อธิษฐานว่า จะเจริญสติแบบนี้ไปตลอดชีวิต เพราะเพิ่งผ่านการฝึกมาอย่างหนักมาก 1-11 ก.พ 2553 และได้ฟังคำชี้แนะของพระอาจารย์คมกริชและได้จดบันทึกไว้ จึงขอกราบอาราธนาคำชี้แนะของพระอาจารย์คมกริชมาเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้กำลังศึกษาสายปฎิบัติของหลวงพ่อเทียน คือ ผู้ที่มาฝึกอบรม พยายามหาเวลาเมื่ออยู่ที่บ้าน ฝึก 3 ชั่วโมงให้ได้ทุกวัน ทั้งเดินจงกรม นั่งสร้างจังหวะ เน้นโดยไม่นั่งหลับตานะ เพราะนั่งหลับตาไม่เกิดประโยชน์ ต้องทะลุนิวรณ์ 5 ให้ได้ นั่นคือ ถ้ามีความง่วง ก็ต้องทน อย่าแช่คือพยายามสลัดและฝืนความง่วงให้ได้ มันจะผ่านได้เองแหละ(ทำมาแล้ว ตอนแรกหัวทิ่มเลย แต่ด้วยความมุ่งมั่นการปฎิบัติและเรียนรู้สอบถามจากคุณแม่พิกุลและพระอาจารย์คมกริชจึงเข้าใจว่า นั่นคือ สภาวธรรมอย่างหนึ่งเมื่อจิตเกิดสมาธิจะมีอาการอย่างนี้ คือมันรู้การเคลื่อนไหวสร้างจังหวะทุกขณะไม่หลุด มันจะเหมือนกับเราอยู่ในภวังค์ ถ้าเราทะลุความง่วงนี้ได้มันอัศจรรย์มาก เพราะฉะนั้น ต้องฝืนให้ได้ ถ้าใครง่วงแล้วตามใจตัวเองหลับไปเลย มันไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย สู้ไปนอนเลยดีกว่า และอย่าหัดเป็นคนช่างสงสัยลังเลในทุกเรื่อง จิตคิดฟุ้งซ่านเรื่องต่างๆ ให้กลับมาเริ่มต้นที่ รู้สึกตัว อย่าวิเคราะห์ วิจารณ์เรื่องที่เราคิด คือ อย่าเข้าไปจัดการกับความคิด เพราะมันจะพาเราวนอยู่ที่เดิม เดินจงกรม สร้างจังหวะทำไปเรื่อยๆ อย่า "อยากได้" "อยากมี" "อยากเป็น" ให้เรามุ่งหวังการปฎิบัติอยู่กับการรู้สึกตัวตัวเดียว เท่านั้น ให้เราทำตัวปรกติ ไม่ต้องแสร้งทำตัวว่าเราเป็นอีกคน เมื่อสติสัมปชัญญะมันสมบูรณ์มันจะทำหน้าที่ของมันเองแหละ (นั่นแน่ อยากรู้แล้วสินะ ว่า มันจะเป็นอย่างใด เนี่ยก็เป็นการเข้าไปยุ่งกับความคิดอีกแล้ว กำลังบอกว่าอย่าอยากงัย ให้ทำตัวเหมือนนักศึกษา คือตามรู้เฉยๆ ไม่มีอารมณ์ใดมาแทรกงัย) ขอสรุปอีกครั้งนะ ถ้าไม่รู้อะไรให้สอบถามโดยตรงกับคุณแม่พิกุล หรือพระอาจารย์กระสินธุ์ และพระอาจารย์คมกริช อย่าไปถามกับใครๆเลย เพราะทุกคนก็เป็นนักศึกษากันทั้งนั้น อาจผิดพลาดและหลงเดินผิดทางก็ได้
การไปปฎิบัติธรรมที่วัดแพร่แสงเทียน ต้องทำดังนี้
1.โทรศัพท์แจ้งทางวัดฯล่วงหน้าก่อนเดินทาง เบอร์โทร 087 180 2976
2.เช็คเรื่องการเดินทางจะไปอย่างไร เช่น โดยรถไฟ นั่งที่สถานีรถไฟหัวลำโพงกรุงเทพฯ - เด่นชัย // โดยรถทัวร์ สมบัติทัวร์ สายกรุงเทพ-น่าน ให้แจ้งว่าอำเภอร้องกวาง (ลงที่ตลาดร้องกวาง แจ้งกับเจ้าหน้าที่รถทัวร์ว่า จะลงวัดแพร่แสงเทียน)
3.เมื่อถึงร้องกวางแล้ว ให้โทรหาเบอร์ดังกล่าวแจ้งเจ้าหน้าที่ เขามีรถบริการออกมารับเรา ให้บอกว่าเราอยู่ที่จุดไหน
4.กำหนดการปฎิบัติธรรมสอบถามได้จากที่วัดฯเลย
5.เวลาจะสอบถามการปฎิบัติธรรมของเรากับพระ ต้องมีเพื่อนนั่งอยู่ด้วยอีกคน เพราะที่นี่ ไม่อนุญาตให้โยมคุยกับพระตามลำพัง เกรงพระจะอาบัติ และดูไม่งาม การไปกุฎิพระก็ต้องมีเพื่อนไปด้วย ห้ามไปคนเดียว
6.เวลาเข้าวัด ต้องแต่งกายให้มิดชิดเรียบร้อย ไม่สายเดี่ยว ไม่คอเสื้อลึก ไม่ใส่กางเกงขาสั้น เป็นต้น
7.ข้อสำคัญ อย่าพูดกับใคร ไม่จำเป็นห้ามพูด จิตจะได้ไม่แส่ส่ายไปในทางที่ไม่ดี เพราะเวลาเราปฎิบัติธรรม ความคิดของเราจะนำเรื่องราวต่างๆของคนๆนั้นมาคิด และวนอยู่ที่เดิม และถ้าเราไปเล่าเรื่องอะไรๆให้เพื่อนฟัง ก็เป็นการทำบาปโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากเพื่อนจะเก็บเอาสิ่งที่เราเล่าไปคิด ถ้าเป็นเรื่องไม่ดี ยิ่งบาป (ถ้าเขาไม่สามารถละตรงนี้ได้ เขาจะฟุ้งซ่านเวลาปฎิบัติธรรม) ให้คุยได้กับคุณแม่พิกุล และพระอาจารย์เท่านั้น พยายามนะถ้าใครได้ไปปฎิบัติธรรมไม่ว่าที่ไหนก็ตาม สายไหนเช่น ยุบหนอ พองหนอ พุทโธ ฯลฯ พยายามอย่าพูดกันเลย เพราะคนส่วนใหญ่ไม่รู้อีกมาก มันจะทำให้เพื่อนๆเกิดปฎิฆะได้ เพราะฐานสติสัมปชัญญะของเขายังไม่แน่นพอ จิตย่อมแส่ส่ายคิดเรื่องราวต่างๆนานาได้

ขอเน้นว่า ถ้าไม่ตั้งใจปฎิบัติธรรม ในระยะเวลาที่อยู่ที่นั่น เราจะไม่ได้อะไรเลยจริงๆ เสียดายเวลาเปล่าๆ และผู้ที่มีบุญได้ไปแล้ว ตั้งใจปฎิบัติเมื่ออยู่ต่อหน้าครูบาอาจารย์ และกลับบ้านไม่ได้ทำต่อเนื่อง หากจะกลับไปทำใหม่ จิตมันรู้ว่า เราฝึกหนักขนาดไหน มันจะไม่เอาเลย มันกลัวลำบาก กลัวความปวดต่างๆนานา และจะฟื้นยาก เขาเรียกว่า "จิตเสื่อม" มันจะหนักกว่าเดิมคือ ไม่บ้าก็บอเลยแหละ อ้ออีกอย่างนะ เห็นบางคนนะ ปฎิบัติแล้ว จิตใจสงบดี แต่พอลาออกจากวัดฯ ยังไม่ทันได้ออกประตูวัดเลย คุยฟุ้งไปแล้ว เที่ยวคุยกับคนนั้นคนนี้ที และเที่ยวสอนคนนั้นคนนี้ที ระวังนะ เขาเรียกว่า "สติรั่ว" ฐานสติฯยังไม่แน่นพอ มันจะพาเราพังได้นะ เรื่องแบบนี้ คนรู้เท่าไม่ถึงการณ์ มีเยอะ สังเกตพระสิ ดูท่านเป็นแบบอย่าง ท่านพูดน้อยมาก นั่นแหละถูกต้องแล้ว อ้อ พยายามอย่ากินมากด้วย จะทำให้เรานอนตื่นสายไม่ทันทำวัตรเช้า และทั้งวันมีแต่อยากนอน นั่นคือ ร่างกายเราจะใช้พลังงานในการเผาผลาญอาหารมาก ให้กินพออิ่ม อย่าอยากกิน ให้ระลึกว่า กินเพื่อประทังความหิว เพื่อให้สังขารอยู่ได้เพื่อการปฎิบัติธรรม พยายามอย่าเข้ากุฎิบ่อย เพราะ เราเห็นเตียงจะให้เรานอนอย่างเดียว ไม่อยากปฎิบัติ พี่เลี้ยงมาตามแน่ๆ สรุป คือ กินน้อย นอนน้อย พูดน้อย ปฎิบัติมาก อย่าประมาทในชีวิต อุตส่าห์ได้ฝึกมาแล้ว ให้เร่งความเพียรเถอะ วันละ 3 ชั่วโมง ทำที่บ้าน และที่เหลือเป็นการทำงานในชีวิตประจำวันของเรา ให้ระลึกรู้สึกตัวเสมอ มันลืมไป ก็ให้กลับมาระลึกรู้สึกตัวใหม่ พระอาจารย์คมกริชกล่าวว่า ให้ซ้อมรู้สึกตัวบ่อยๆ (ฝึกเรื่อยๆ) ทำให้เป็นลูกโซ่ คือ ทำทุกขณะต่อเนื่องตลอดเวลา แล้วจะรู้เอง ไม่ต้องไปอ่าน ฟัง ดู อะไรให้มาก ถ้าไม่จำเป็นเพราะจิตมันจะฉลาดมาก มันทำให้เกิดกิเลสซ้อนกิเลส มีเงื่อนไขที่ฉลาด จนเราคิดว่าเราสำเร็จแล้ว แต่จริงๆ มันวนอยู่ที่เดิม ไม่ตรงถึงเป้าหมาย ให้มุ่งมั่นที่การปฎิบัติอย่างเดียว "รู้สึกตัว" อย่างเดียว ทำตัวให้ง่ายๆ ใช้ชีวิตง่ายๆ เป็นธรรมชาติ เกิดสภาวธรรมอะไรก็อย่าไปสนใจ พระอาจารย์กระสินธุ์บอกว่า ถึงที่สุดก็คือไม่มีอะไรเลยจริงๆ นั่นคงเป็นเพราะจิตบริสุทธิ์ผ่องใสแล้ว ไม่มีกิเลสแล้ว อันนี้ต้องพิสูจน์ด้วยการปฎิบัติไปเรื่อยๆ จะรู้เมื่อเราตาย จะเห็นคุณค่าเมื่อเราตายนั่นแหละ แต่บางคนเจริญสติสัมปชัญญะ (ฝึกรู้สึกตัว) มาหลายภพชาติแล้ว อาจบรรลุธรรมเลยก็ได้ในชาตินี้ หากยังไม่เลิกความเพียรซะก่อน เพราะ ธรรมของพระพุทธเจ้าจะได้มา ต้องเอาชีวิตเข้าแลก (ไม่ใช่ไปฆ่าตัวตายนะ นั่นผิดทางแล้ว หมายถึง เจริญสติให้สุดๆ เพียรให้มากสุดๆ ไม่ย่อท้อ ใครเคยอ่านประวัติหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ก็จะร้องอ๋อ นั่นแหละ สลบไปถึง 3 ครั้ง ระหว่างปฎิบัติธรรม ท่านไม่ยอมล้มเลิกความเพียร คนที่มีความเพียรขึ้นชื่อว่าได้เป็น สาวกของพระพุทธเจ้า สาธุ สาธุ สาธุ (นี่เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ปฎิบัติธรรมมา หากมีสิ่งใดล่วงเกินความคิดของผู้ใด ขอกราบขอขมาลาโทษ นะที่นี้ด้วย จงอย่าเชื่อ ให้พิสูจน์ด้วยการปฎิบัติด้วยตนเองและศรัทธาในตัวครูบาอาจารย์ท่านสั่งให้ปฎิบัติอย่างไร ก็ให้ทำไปก่อน อย่าสงสัย วิเคราะห์ วิจารณ์)
Add a Comment